









REVIEW : Edifier CineSound B3 ซาวน์บาร์ที่เป็นมากกว่าลำโพงทีวี
แบรนด์ Edifier น่าจะเป็นที่คุ้นหูของพวกเราพอสมควรหลังจากที่ได้เข้ามาทำตลาดในบ้านเราหลายปีแล้ว ในฐานะผู้ผลิตแบรนด์จีนที่ฉีกภาพลักษณ์หนีจากคู่แข่งเพื่อนร่วมชาติ ด้วยการเน้นคุณภาพ และการดีไซน์ที่เน้นความเป็นไลฟ์สไตล์ที่สวยงาม ดูมีรสนิยมดังผลงานที่ผ่านมา อย่างเช่นลำโพง Luna Eclipse
จากที่ได้พูดคุยกับผู้บริหารของ Edifier เมื่อประมาณสองปีก่อน ทราบว่าทางบริษัทมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับด้านการตลาด โดยจะไม่ขอกระโจนลงใน“ทะเลเลือด (Red Ocean)” จึงได้ฉีกหนีจากการเป็นเพียงแค่ผู้ผลิตลำโพงมัลติมีเดีย โดยได้ขยายตลาดสู่ลำโพงบ้านสำหรับนักฟังเพลงรุ่นใหม่ที่ต้องการเสียงที่มีคุณภาพ ดีไซน์ที่สวยงาม ซึ่งไม่ใช่กลุ่มนักเล่นเครื่องเสียงประเภทออดิโอไฟล์
โดยปัจจุบันนี้มีลำโพงทั้งประเภทพกพาไร้สาย ลำโพง 2 แชนแนล ลำโพง 5.1 แชนแนล สำหรับนำไปใช้กับโฮมเธียเตอร์ และซาวนด์บาร์ หรือลำโพงทีวีตามภาษาจีน ที่สื่อความหมายชัดเจนโดยไม่ต้องประดิษฐ์คำให้ฟุ่มเฟือย สำหรับตลาดในประเทศจีนนั้น ยังมีลำโพงสำหรับใช้กับรถยนต์ด้วย
ตัวตู้เป็นทรงกระบอกสามเหลี่ยมมนยาว 1 เมตรพอดี แต่มีความเพรียวบางขนาด 80x79 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเพรียวบางสลิม ด้วยการออกแบบทรงสามเหลี่ยม จึงสามารถนำไปวางไว้บนชั้นวางในกรณีที่มีชั้นวางทีวี หรือจะติดผนังใต้ทีวีก็ได้ โดยสามารถรองรับทีวีขนาด 40-50 นิ้ว ได้อย่างลงตัวและงดงาม
ภายในกระบอกอันเพียวบางนี้ ได้ติดตั้งไดรเวอร์เบสมิดเรนจ์ขนาด 70 มิลลิเมตร จำนวน 4 ตัว โดยติดตั้งอยู่ด้านซ้ายและขวาข้างละ 2 ตัว และปลายขอบของกระบอกได้ติดตั้งทวีตเตอร์เสียงแหลมโดมผ้าไหมขนาด19 มิลลิเมตร โดยมีท่อเบสวางอยู่ด้านในถัดจากไดรเวอร์มิดเรนจ์ยิงออกด้านหน้า ดังนั้นลักษณะการออกแบบจึงเหมือนกับลำโพงซ้ายขวาหนึ่งคู่ เพียงแต่ติดตั้งอยู่ใน
กระบอกเดียวกัน เมื่อรวมกำลังขับของไดรเวอร์ทั้งหมดแล้วจะเท่ากับ 70 วัตต์ โดยมีความดังสูงสุดถึง 100 เดซิเบล ดังนั้นเมื่อนำไปใช้กับห้องขนาด 50 ตารางเมตร จึงสามารถ
รองรับได้อย่างสบายการติดตั้งนั้นไม่มีอะไรยุ่งยาก โดยเฉพาะเมื่อนำไปวางบนชั้นวาง ส่วนถ้าจะติดตั้งผนัง ทางผู้ผลิตก็จะมีแผ่นเหล็กยึดลำโพงให้มาพร้อมด้วย โดยผมนำไปวางไว้บนชั้นวางตรงฐานทีวีขนาด 50 นิ้ว สายที่จำเป็นต้องต่อนั้นก็มีช่องอินพุตให้เลือก ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำไปใช้กับอะไร เพราะมีช่องอินพุตหลายแบบให้เลือก เช่น Optical, Coaxial, Line in และ Aux in
ดังนั้นจึงไม่ได้จำกัดเพียงแค่เป็นลำโพงทีวีเท่านั้น เรายังสามารถใช้กับเครื่องเล่นดีวีดีหรือบลู-เรย์เพลเยอร์ได้ โดยต่อเชื่อมผ่าน Optical หรือ Coaxial ก็ได้
เบื้องต้น ผมนำไปเล่นกับ HD Media Player ผ่าน Optical input เนื่องจากมีสายให้มาพร้อมอยู่แล้ว เมื่อมีช่องอินพุตหลายแบบ ดังนั้นเวลาเล่นจึงต้องไม่ลืมที่จะเลือกประเภทอินพุตด้วยเหมือนกับเอวีรีซีฟเวอร์ ตอนแรกเห็นหุ่นที่สลิมผอมบางแบบนี้ ต้องยอมรับว่าไม่ค่อยอยากคาดหวัง
อะไรมากนัก ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมากับซาวนด์บาร์ลักษณะนี้มักจะพบว่าให้เสียงที่เหมาะกับรูปทรงดีเยี่ยม คือ เสียงบาง แม้จะมีเนื้อเสียงดีขึ้นเมื่อเทียบกับระบบเสียงของทีวีจอบางก็ตาม แต่ยังถือว่าน้อยเกินไป ยิ่งเสียงเบสแล้ว ยิ่งไม่กล้าคาดหวังอะไรมาก
ดังนั้นจึงเปิดภาพยนตร์แนวไซไฟเรื่อง Prometheus โดยกะว่า จะดูผ่านๆ แต่หลังจากที่ภาพยนตร์ผ่านไปได้สักพัก เริ่มรู้สึกว่า เฮ่อ…นี่มันไม่ใช่นี่นา เลยต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ ที่ย้อนกลับไปไม่ใช่ว่าเลือก ภาพยนตร์ผิดเรื่องหรอก แต่เพราะอยากจะกลับไปดูฉากเดิมที่ผ่านไป
โดยไม่ได้ตั้งใจดูอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะฉากน้ำตกที่มนุษย์ต่างดาวตกลงไปหลังจากที่ดื่มของเหลวชนิดหนึ่งแล้ว เสียงสายน้ำที่พุ่งลงไปเบื้องหลังที่กระหน่ำกระเซ็นกระสายนั้น Edifier B3 สามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีเกินคาด นอกจากเสียงน้ำตกที่ฟังดูมีพลังให้ความรู้สึกถึงความแรงแล้วยังให้ความรู้สึกถึงสายน้ำที่กระเซ็นรอบๆ ได้ดี ให้ความรู้สึกถึงความกว้างของน้ำตกที่มีมิติ ไม่ใช่แบนราบอยู่ข้างหน้า
ด้วยความอยากรู้ถึงความแตกต่าง เลยกดปุ่ม 3D บนรีโมตจิ๋วที่ให้มา หลังจากที่เสียงหายไป 4-5 วินาที เพื่อเปลี่ยนอีคิว (Equalizer) ไอ้หยา…นี่มันเสียงจากซาวนด์บาร์หรือเนี่ย สนามเสียงมีมิติที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเสียงน้ำตกเพิ่มมิติในด้านลึกกระเถิบเขาไปด้านหลังจออีกระดับหนึ่ง
แต่ที่ชอบคือ ให้ความรู้สึกถึงมิติด้านสูง เหมือนน้ำตกมีความลึก ซึ่งปกติเราจะสัมผัสได้จากลำโพง 5.1 แชนแนลเท่านั้น
ด้านเสียงพูดจากบทสนทนานั้น มีความสะอาดชัดเจน ให้รายละเอียดของเสียงรอบตัวได้ค่อนข้างดี แม้จะไม่ถึงกับระยิบระยับก็ตาม เสียงรถที่พุ่งทะยาน ยางล้อรถที่บดกับผิวถนนให้ความกระหึ่มเต็มห้อง เหมือนประหนึ่งห้องที่นั่งชมนี้กลายเป็นสนามไป (จากภาพยนตร์เรื่อง Stolen)
เสียงในย่านความถี่ต่ำมีพลังเกินกว่าความผอมบางของมัน แม้ไม่อาจเทียบกับลำโพงตู้ใหญ่ได้ก็ตาม โดยสามารถลงได้ที่ความถี่ต่ำสุด 60Hz แต่ถ้าหากคิดว่ายังไม่หนำใจ ก็ยังสามารถต่อซับวูฟเฟอร์เพิ่มได้ โดยผ่านช่อง Sub Out ด้านหลังตัวตู้
การเลือกอีคิว (Equalizer) นั้น จะมีสามโหมดให้เลือก ขึ้นอยู่กับว่าเราจะชมภาพยนตร์ประเภทไหน หรือขึ้นอยู่กับความชอบของเราคือ 3D, Movie, News ซึ่งเราสามารถสลับโหมดได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่กดรีโมต สำหรับกรณีที่ไม่มีรีโมตยังสามารถกดปุ่มจากด้านข้าง ของตัวลำโพง ซึ่งจะมีปุ่มฟังก์ชั่นพื้นฐานให้
สำหรับความเป็นลำโพงยุคใหม่นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้คือ การต่อเชื่อมแบบไร้สาย โดย Edifier B3 ได้ติดตั้งชิป CSR ซึ่งรองรับ Bluetooth 4.0 ทำให้เราสามารถสตรีมเพลงผ่านโทรศัพท์มือถือของเราด้วยคุณภาพเสียงระดับซีดี โดยการประมวลผลเสียงจะใช้เทคโนโลยี DSP(Digital Sound Processing)
ผมไม่แน่ใจว่า ซาวนด์บาร์ตัวนี้ตั้งราคาขายในบ้านเราเท่าไร แต่ถ้าดูจากราคาในต่างประเทศแล้วต้องยอมรับว่าเป็นลำโพงซาวนด์บาร์คุณภาพเกินค่าตัวไปหลายช่วงตัวทีเดียว เมื่อพิจารณาไม่ว่าด้านการดีไซน์ที่เพียวบางสวยงามโครงสร้างที่แข็งแรงประณีต และที่สำคัญคือ ให้คุณภาพ
เสียงที่สามารถเทียบชั้นกับซาวนด์บาร์ระดับหลักหมื่นได้ชนิดกินขาด และที่สำคัญคือ ไม่เพียงแค่เหมาะกับเป็นลำโพงทีวีเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับการชมภาพยนตร์และฟังเพลงได้ด้วยเสียงที่สะอาด มากด้วยรายละเอียดและพลังเสียง…
SPECIFICATIONS
Power Output RMS 16W×2 (Treble) 19 W×2 (Mid-Range and Bass)
Signal To Noise Ratio ≥85dBA
Frequency Response 60Hz~20kHz (±6dB)
Input Sensitivity Line in:700 ± 50mV
AUX: 550 ± 50mV
OPT, COA: 400mFFs ± 50mFFs
Input Type Auxiliary / Line in / Coaxial /Optical / Bluetooth
Bass Driver 2¾” (70 mm.)
Treble Driver 3/4” (19 mm.) Silk Dome Tweeter
Speaker Dimension 1,000 × 79 × 80 mm.



